รายละเอียด และ ข้อคิด ในการเลือกไม้แบดมินตัน ให้เหมาะกับเรา

Like
Like Love Haha Wow Sad Angry
2

มีคนหลายคน ถามกับคำถามเดิมๆว่า ไม้ยี่ห้อไหนดี แบบไหนดี ควรจะตีไม้รุ่นไหน  ซึ่งผมก็ตอบไม่ถูกเช่นเดียวกัน ว่าเราควรจะแนะนำไม้ไหนให้เพื่อน หรือคนรู้จักดี  เพราะตัวเราเองก็ไม่ใช้เซล ขายไม้ หรือจะเอนเอียงไปหายี่ห้อไหนเป็นพิเศษครับ  วันนี้ผมจึงมีรายละเอียดในการเลือก ดูไม้ ว่าไม้แบดสมัยนี้ เค้ามีอะไรให้ดูบ้างครับ มาดูกัน

น้ำหนักของไม้แบด เค้าจะเรียกเป็น U ครับ

2u =90-94 กรัม
3u =85-89 กรัม
4u =80-84 กรัม

โดยแต่ละยี่ห้อ ก็จะมีรายละเอียดน้ำหนักประมาณนี้ครับ แต่อาจจะมีบางยี่ห้อ ที่หนัก หรือเบากว่านี้ ก็ว่ากันไป

ขนาดของกริปด้าม เค้าจะเรียกว่า G ครับ 

G1= 3 นิ้ว
G2= 3.25 นิ้ว
G3= 3.50 นิ้ว
G4= 3.75 นิ้ว
G5= 4 นิ้ว

เค้าบอกว่า Yonex เค้าจะเรียงไม่เหมือนชาวบ้าน อันไม่ทราบข้อมูล ใครทราบช่วยบอกทีครับ  😆

ความยาวของไม้

665mm / 26.0 inches – Standard
675mm / 26.5 inches – Long
680mm / 26.8 inches – Ultra Long

ความสมดุลของไม้

Head Heavy     =295-305mm
Head Balance   =290-300mm
Head Light        =285-295mm

และไหนจะเป็นความตึงของเอ็น ที่ไม้แต่ละรุ่นสามารถรองรับน้ำหนักได้อีก   เห็นมั้ยครับ ว่าไม้แบด สมัยใหม่นี้ ช่างมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะซะเหลือเกิน  เยอะจนตัวผมเองที่เล่นแบดมาเกือบ 20 ปี แต่กลับมีความรู้เรื่องพวกนี้ ไม่เท่า นักแบดบางคนที่ค้นคว้าหาข้อมูล สเป๊คไม้แบด หรือ Geek ทางด้านไม้แบดมินตัน ซะอีก ซึ่งถ้านำรายละเอียดแต่ละอย่างมาวิเคราะห์ในเชิงฟิสิกส์ คงจะยาก และมากเรื่องน่าดูครับ   แต่ผมจะมาอธิบายหลักการง่ายๆ ในแบบฉบับของผม ในการเลือกไม้ที่เหมาะกับตัวเองครับ  โดยจะนำข้อมูลเหล่านี้ มาใช้ในบางส่วนก็ดี  หรือทั้งหมดก็ดีครับ

รู้จักตัวเอง
ก่อนอื่น เราต้องรู้จักตัวเราก่อนว่า   เราเป็นคนแข็งแรง หรือไม่ กล้ามเนื้อแข็งแรงมั้ย ชอบเล่นแบดสไตล์ไหน  ของเล่นเกมบุก หรือเกมรับ   ที่ให้สำรวจตัวเอง เพราะ??  น้ำหนักไม้มีส่วน ในการเล่น การตีของเราครับ  อธิบายง่ายๆว่า  ถ้าเราตีไม้หนัก เราควรจะต้องมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง เพื่อลองรับแรงเหวียง แรงต้าน แรงสะท้าน ของไม้ที่เราตีในทุกท่วงท่า และลีลาในการเล่น  เราจะต้องถือตลอดทั้งเกมครับ  ถ้าวันไหนที่เราตี แล้วรู้สึกว่าบาดเจ็บแขน  หรือศอก หรือปวดเมื่อยทั่วบริเวรหัวไหล ก็สันนิษฐานได้เลย ว่า ไม้หนักไป  หรือ แขนเรายังแข็งแรงไม่พอครับ

                  สไตล์การเล่นของเรา  โดยส่วนใหญ่ ไม้ที่มีน้ำหนักมากประมาณ 85-90 กรัม จะมีก้านแข็งไปด้วย ไม้ที่หนัก จะมีแรงส่ง หรือช่วยให้เราตีแรงขึ้นครับ ถ้าเราชอบเล่นเกมบุก ชอบตบ ดาด ก็แนะนำให้ใช้ไม้หนัก เพื่อเสริมแรงในเกมบุกของเราครับ  ไม้น้ำหนักเบา (70-84 กรัม) จะมีก้านอ่อน  จะมีแรงส่งน้อย  ถ้าเราตีในระยะที่เท่ากันกับไม้หนัก  เราก็ต้องออกแรงเยอะกว่านั้นเอง   แต่ข้อดีของไม้เบาก็คือ จะทำให้เราเหวียงไปมาได้เร็วครับ  ซึ่งเราจะใช้ก็ต่อเมื่อเล่นลูกดาด เพราะน้ำหนักเบา ก็เลยเหวี่ยงได้เร็ว ก็จะเหมาะสำหรับคนที่เล่นเกมรับ เพราะต้องคอนโทรลหน้าไม้ในการวางลูก หรือ ดีดลูกรับ นั้นเองครับ

รู้จักไม้แบดมินตัน
คราวนี้ก็มาเลือกไม้แบดมินตันกันบ้าง ไม้แบดแต่ละยี่ห้อ ก็จะมีข้อมูลบอกตามไม้ หรือคำโฆษณา ต่างๆอยู่แล้วครับ ก็นำข้อมูลมาพิจารณาเสีย   น้ำหนัก, ความสมดุลของไม้ ,ความอ่อน ความแข็งของก้าน (ข้อนี้ก็อยู่ที่วัตถุดิบในการทำไม้ด้วยครับ) และ ความสามารถในการขึ้นเอ็นด้วย  ว่าขึ้นได้ตึงมากน้อยแค่ไหน
                   เอ็นแบดมินตัน เกือบลืมพูดในส่วนของเอ็นเลย  เอ็นมีความสำคัญมากครับ และมีผลในการตีมากๆ
เอ็นดูง่ายๆครับ   เอ็นเส้นเล็ก  จะสปริงดี ตีเด้ง แต่ขาดง่าย   เอ็นเส้นใหญ่   ขาดยาก ทน ไม่ค่อยสปริงเท่าไหร่
                   การขึ้นเอ็น  เคยสงสัยมั้ย ว่าเราควรจะกี่ปอนด์ดี   ขึ้นกี่ปอนด์ดี  ก่อนอื่น ต้องอธิบายก่อนว่า
                   การขึ้นเอ็นหย่อน(15-20 ปอนด์) จะทำให้เอ็นมีความยืดหยุ่น หรือมีสปริง ช่วยในการตี ทำให้การตีของเรามีความนุ่มนวล หรือสบายมากขึ้น แต่ สปีดลูกไม่ได้เร็วขึ้นนะครับ
                    การขึ้นเอ็นตึง (21-27 ปอนด์) จะทำให้ความยืดหยุ่น น้อยลง ความกระด้างมาแทน  พูดง่ายๆ เหมือนไม้กระดานแข็งๆอันนึงครับแต่เมื่อตีออกไป สปีดลูกจะเร็ว และแรงขึ้นนะครับ

คราวนี้ ต้องย้อนกลับมาดู ร่างกายของตัวเองว่า  แขนและข้อมือของเรา แข็งแรง และผ่านการฝึกฝนมาหรือไม่  ถ้าไ้ม่แข็งแรง จะตีเอ็นตึงไม่ได้เลยครับ  ตีไม่ไป และจะเกิดอาการบาดเจ็บได้ครับ  ก็ให้ขึ้นเอ็นหย่อนลงมาซะ

                   ข้อคิด มาถึงส่วนนี้ เป็นส่วนที่ผมอยากเขียนมากครับ  ด้วยคำถามหลายคำถาม ที่ถามว่า จะซื้อไม้ไหนดี  ไม้ยี่ห้อนี้ ดีกว่านี้มั้ย ?? ต่างๆนานา “ไม้แบดมินตัน ที่ดีสำหรับเรา อาจจะไม่ดีสำหรับคนอื่น และไม้แบดที่ดีสำหรับคนอื่น อาจจะไม่ดีสำหรับเรา”  ประโยคง่ายๆ ใช้ได้ดี เพราะร่างกายคนเราไม่เหมือนกัน จังหวะการตีไม่เหมือนกัน ท่าทางไม่เหมือนกัน ความแข็งแรงไม่เหมือนกัน ฉนั้น วิธีการเลือกที่ดีที่สุดคือ การยืมไม้เพื่อน มาลองตีดูก่อนครับ  เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด เพื่อดูว่า ไม้นั้น “เข้ากับมือเรา ร่างกายเราหรือไม่”

                   อย่าคิดว่า คนเก่งใช้ไม้นั้น แล้วจะไม้จะดีสำหรับเรา  ในส่วนนี้ เคยมีเซลชอบแนะนำคนซื้อว่า  รุ่นนี้ คนนี้(นักแบดเก่งๆ)ใช้   รุ่นนั้น คนนั้น(นักแบดเก่ง) ใช้  เป็นคำโฆษณา ที่กำลังจะเชิญชวนให้เราซื้อไม้ตามนักแบดดังๆ   พอเราซื้อมา  กลับไม่ชอบ เพราะตีไม่เข้ามือ  แล้วก็ขายไปแบบขาดทุน
นักกีฬาเก่งๆ เค้าได้สปอนเซอร์ครับ  เงินเป็นปัจจัยสำคัญ ในการเลือก Brand “เงินเยอะ ไม้ก็ตีดีไปเอง” คำพูดขำๆของนักกีฬารุ่นพี่ผม  ส่วนรุ่นไหนนั้น ก็แล้วแต่นักกีฬาคนนั้น จะเลือกละครับ  ว่าเค้าตีรุ่นไหน หรือเข้ามือ มากกว่ากัน  แต่สปอนเซอร์ก็จะพยายามเชียร์ รุ่นท๊อป ราคาแพงๆนะครับ  อันนี้เป็นเรื่องจริง เพราะจะได้ขายได้ 

                   อย่าเชื่อเทคโนโลยี   มีเทคโนโลยีสารพัดที่เกิดขึ้นกับไม้แบดมินตันครับ  ไม่รู้อะไรเป็นอะไร  อยากให้ข้อคิดว่า  เทคโนโลยี เป็นสิ่งที่นักวิจัย(ไม่รู้วิจัยจริงหรือป่าว) คิดค้นขึ้นมาในห้องแล็บ แล้วก็นำมายัดลงไม้แบดซะ (ไม่รู้ว่าช่วยจริงหรือเปล่า) เพื่อนำมาเป็นจุดขาย เป็นตัวโฆษณา หรือสร้างความแต่งต่างของสินค้า ทำให้น่าสนใจมากกว่ายี่ห้ออื่น  ให้มองจุดนี้น้อยๆ หรือมองข้ามไปเลยก็ดีครับ  เพราะเวลาแข่ง หรือตีจริงๆ เราก็ไม่รู้จะได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนั้นหรือไม่  เพราะเราตีแบดที่สนามแบด ไม่ได้ตีแบดในห้องแล็บ

เขียนมายืดยาว ไม่คิดว่าจะยาวขนาดนี้  หวังว่าจะได้ประโยชน์ และข้อคิดในการเลือกไม้ที่เหมาะสมกับตัวเราเองนะคราบ   ขอให้เล่นแบดมินตัน อย่างมีความสุขนะคราบ^^

ขอบคุณข้อมูล http://www.mybadmintonstore.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

Like
Like Love Haha Wow Sad Angry
2

Comments

comments

ป้ายกำกับ:, ,