ข้อคิดดีๆ ที่ได้จากการเป็นโค้ช

ข้อคิดดีๆ ที่ได้จากการเป็นโค้ช
Like
Like Love Haha Wow Sad Angry

thinking

หลังจากที่ตัวเอง ได้ผันตัวมาเป็นโค้ช ได้ประมาณ 3 ปี จากนักกีฬา มาเป็นโค้ช มีความแตกต่างกันพอสมควร ทั้งในด้าน ระบบความคิด ความรับผิดชอบ  เป้าหมายที่แตกต่างไปจากเดิม มันแน่นอนอยู่แล้วครับ เมื่อเป็นโค้ช  นั้นก็คือ ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง การฝึกซ้อม และพัฒนา ผู้ควบคุมให้นักกีฬาได้ฝึกซ้อมไปในแนวทางที่เราต้องการ สามารถคุมคุณภาพในการฝึกซ้อมได้ในเวลาที่มีอยู่จำกัด และต้องบริหารการฝึกซ้อมในขณะที่มีนักกีฬาจำนวนเยอะๆได้เช่นกัน   สิ่งต่างๆเหล่านี้ ผมได้เรียนรู้จากประสบการณ์ล้วนๆ ที่มีมาไม่กี่ปี  บทความนี้ ผมจะเล่าแนวทางในการฝึกฝนเด็ก หรือนักกีฬา เบื้องต้นกันดีกว่าครับ  จะผิดหรือถูก แนะนำด้วยน่ะครับ

สิ่งที่จะอธิบาย จะเป็นแนวคิด เพื่อไปคิดต่อยอดถึงวิธีการฝึก หรือรูปแบบในการฝึกอีกทีน่ะครับ  จะไม่ลงรายละเอียดมากมาย

1. เริ่มจากพื้นฐาน 1 ไป 2 ไป 3 เด็กๆอายุ 5-10 ขวบ ยังไม่มีระบบความคิดเหมือนผู้ใหญ่ ไม่มีการเรียนรู้จากการเห็นในทีวี สื่อต่างๆ เปรียบเสมือนผ้าที่ขาวสะอาด ที่รอสิ่งต่างๆมาเติมเต็ม

  • เริ่มแรกต้องเริ่มจากการจับไม้แบด ให้ถูกวิธี เด็กบางคนสามารถจับได้ ก็ถือว่าดี  บางคนจะจับแบบฝืนๆ บางทีเปลี่ยนไปจับแบบใช้นิ้วชี้ดันบ้าง  ผู้ฝึกสอนต้องคอยติ คอยดุ อย่าปล่อยปะละเลยครับ ไม่อย่างนั้น จะติดแล้วจะแก้ยาก
  • ท่าในการตีแบด สิ่งที่จำเป็นอย่างมากคือต้องมีอุปกรณ์ หรือเป้าหมาย ให้เด็กยืนตี ยกตัวอย่างเช่น นำเชือกมาผูกกับลูกแบด แล้วหาที่ผูกหรือติดไว้กับเพดาน ข้างฝาอะไรก็แล้วแต่  แล้วให้เด็กยืนตี ที่สำคัญคือ ท่าในการตีต้องถูกต้องด้วยครับ
  • การเคลื่อนที่  แบดมินตัน มีการเคลื่อนที่ ที่ไม่เหมือนกับการวิ่งไปข้างหน้าอย่างเดียว จะมีการเคลื่อนที่ไปด้านข้าง ในมุมเฉียง หน้า หลัง รอบทิศทาง ฉนั้นการเคลื่อนที่จะมีความสำคัญมากๆ ทำยังไง จะทำให้การเคลื่อนที่เป็นธรรมชาติที่สุด มีความพริ้วไหวมากที่สุด

2. นำ 2 อย่าง มารวมกัน เมื่อฝึกซ้อมจนมีความชำนาญในระดับนึงแล้ว เราก็ต้องพัฒนาแบบฝึกให้มีความยากมากขึ้น ซับซ้อนมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การฝึกตีเซพ  เสร็จแล้วเคลื่อนที่มาหยอดหน้าเนต   การตี 2 ลูกนี้มีความซับซ้อนแล้วขั้นตอนอยู่ในตัว  นับตั้งแต่ การยืนท่าเตรียมให้ถูก เซพลูกต้องถึงหลัง เมื่อตีเสร็จก็ต้องเคลื่อนตัวให้ถูกต้องไปยังหน้าเนต และตีลูกหยอด ให้ใกล้เนต พร้อมกับจังหวะที่ถูกต้อง กระบวนการเหล่านี้จะถูกทำโดยอัตโนมัติ ภายใต้สมองสั่งการ โดยที่เราไม่ต้องมาท่องจำวิธีทำแต่ละอย่าง  แต่ร่างการจะทำโดยอัตโนมัติ เพราะเราได้ฝึกซ้ำไปซ้ำมา เป็นจำนวนมากๆ

3. อย่ารีบร้อน ใจร้อน โค้ชบางคน เมื่อสอนเด็กไประยะนึง จะคาดหวังว่า เด็กต้องทำได้ เด็กต้องเก่งขึ้น แล้วก็ปรับเปลี่ยนโปรแกรมการฝึก เป็นระดับสูงมากขึ้น แต่จริงๆแล้วความสามารถของเด็กนั้นยังไม่ถึง  ต้องใจเย็นๆครับ การเรียนรู้ ในทักษะการเล่นลูกต่างๆต้องใช้เวลา ทักษะแต่ละลูกไม่ได้ฝึกได้เพียงช่วงข้ามคืน แต่ต้องใช้เวลาเป็นเดือน จึงจะชำนาญ ต้องทำซ้ำไปซ้ำมา  เพียงแต่ โค้ชต้องมีรูปแบบการฝึกไม่ให้เบื่อ ต้องมีการปรับเปลี่ยน ดัดแปลง และมีอะไรแปลกใหม่ แต่ต้องอยู่ในใต้การฝึกลูกพื้นฐานพวกนั้น  และต้องคอยสังเกตการเปลี่ยนแปลง หากคิดว่า ความสามารถเด็กเริ่มดีขึ้นแล้ว ก็เริ่มปรับระดับความยาก และสังเกตว่าเด็กทำได้หรือไม่

4. มีการกำหนดเกณฑ์ มีการแข่งขัน  เพื่อควบคุมคุณภาพ เด็กจำนวน 10 คน จะมีสักกี่คน ที่ทำตามคำสั่งโค้ชได้อย่างตั้งใจ ไม่โกง ไม่อู้เวลาฝึกซ้อม แต่ถ้าจะให้นั่งจี้ทีละคน ก็คงต้องเสียเวลานานมาก และก็เป็นภาระหนักของโค้ชอีกแน่นอนครับ  วิธีที่จำควบคุมคุณภาพได้ ได้แก่ การจับเวลา การแข่งขัน ลงโทษในกรณีต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น ในโปรแกรมการฝึกวิ่ง ในจำนวน 10 คน ก็ต้องกำหนดเวลา ถ้าห้ามวิ่งเกินเวลานี้  ถ้าใครเกินเวลาที่กำหนดไว้ ก็วิ่งใหม่  เป็นการทำโทษ   ทั้งนี้ทั้งนั้น การกำหนดเวลา ก็ต้องอยู่ในความเป็นไปได้ และความสามารถของเด็กกลุ่มนั้นด้วยครับ

แนวคิดใหม่ๆ ที่ได้จากการเป็นโค้ช

1. ความอดทน ต่อการเจริญเติบโตของเด็ก ความคิดนี้ ผมได้มากจากที่ผมสอนเด็กเล็กคนนึง อายุ 7 ขวบ แต่เด็กคนนี้ มีความสามารถถือว่าดี ในระดับอายุเท่ากัน แต่ความสามารถที่ถือว่าดีนั้น ก็เป็นความสามารถในระดับ ที่เด็ก 7 ขวบจะสามารถทำได้ ในขณะที่สอน ผมก็ได้แต่คิดว่า เมื่อกี้จะเก่งขึ้น  ถ้าโตกว่านี้ ก็จะตีได้แรงขึ้น และตอนอายุ 15 จะเก่งขนาดไหน  ถ้าอายุ 20 จะยังเล่นอยู่มั้ย และจะเก่งจนสามารถเล่นระดับนานาชาติได้หรือไม่  ทุกสิ่งอย่าง เข้ามาในหัวผม กับความคิดถึงอนาคตของเด็กคนนี้ ที่เราได้คาดหวังไว้ และเฝ้ารอที่จะมองดูพัฒนาการ และการเจริญเติบโต  แต่เด็กก็คือเด็ก ที่มาฝึกซ้อมอยู่นี้ อาจจะเป็นเพราะ พ่อบังคับให้มาซ้อม หรือ ต้องการแยกให้ห่างจากคอมพิวเตอร์ที่บ้าน หรือ แค่หากิจกรรมออกกำลังกาย หรือแค่ซ้อมเพื่อแลกกับเฟอร์บี้ ที่พ่อซื้อให้มาเมื่อวาน  จะเห็นว่า จะมีกำแพงหนาๆ ขั้นอยู่ระหว่างกลาง ระหว่าง โค้ช กับ เด็ก  หน้าที่ของเราคือประคับประคองให้เด็กนั้นฝึกซ้อมไปในแนวทางที่เรากำหนดไว้

2. หมั่นคิด ค้นคว้า ดัดแปลก หาสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ กีฬาไม่มีทฤษฎีตายตัว วิวัฒนาการมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา อย่าคิดว่า ความคิดหรือแนวทางของเราถูกต้องเสมอไป การเลียนแบบคือการเรียนรู้ที่ง่ายที่สุด แต่การเลียนแบบต้องมีความสร้างสรรค์ และพัฒนา ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคุณเห็นการฝึกซ้อมของชาติเก่งๆ เช่นจีน เกาหลี คนก็จำแนวทาง หรือวิเคราะห์ว่า รูปแบบการฝึกแบบนี้ ได้ประโยชน์อะไร จุดประสงค์ของการฝึกนั้น เพื่ออะไร และนำความดัดแปลก แก้ไข เพื่อให้เหมาะกับรูปแบบการฝึกของเราเอง การเลียนแบบไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่ต้องมีการประยุกต์และสร้างสรรค์ ไม่อย่างนั้น เราก็จะจมปลักอยู่กับความเก่าแก่ ล้าหลัง ไม่ทันสมัย

3. โค้ชที่ดุ จนเด็กเกลียด กับ โค้ชใจดี เป็นที่รักของเด็กๆ  สองสิ่งนี้ เป็นสิ่งตรงข้ามกัน หากมองผ่านๆ ใครๆก็อยากเป็นโค้ชใจดี มีแต่เด็กๆรัก แต่ในความเป็นจริงๆ มันไม่ใช่แบบนั้นครับ   บางที หลายคนอาจจะมองว่า มันเป็นบุคลิคของโค้ชคนนั้น โค้ชแต่ละคน นิสัยต่างกัน บางคนดุ บางคนใจดี แต่ผมกลับมองว่า  การที่เราเป็นโค้ชใจดี เด็กๆทำไรก็ไม่ดุ ไม่ว่า ขออะไรก็ให้ ขอซ้อมเบาๆก็ให้ มันจะมีผลต่อเด็กในระยะยาว คือ เด็กจะไม่กลัว และเกรงใจ เมื่อเด็กไม่ขยันซ้อม หรืออู้ พอเราดู ก็จะไม่กลัว เพราะคิดว่าเราเล่นด้วย ไม่กล้าลงโทษจริงๆ แต่ในมุมของเด็ก อาจจะชอบ เพราะซ้อมสบาย โค้ชใจดี อะไรประมาณนั้นครับ   ในทางกลับกัน โค้ชที่ดุ จนเด็กกลัวแค่มองตานั้น การฝึกซ้อมจะเป็นไปด้วยความตั้งใจ อยู่ในกรอบ ระเบียบที่กำหนดไว้ แต่ในความดุ ก็ต้องมีความยืดหยุ่น ในบางกรณี ขึ้นอยู่กับเหตุและผลด้วยครับ   จนบางครั้ง จึงต้องพยายามทำตัวให้ดุ เพื่อให้เด็กๆเกรงกลัว  แม้บางครั้ง เด็กๆบางคนอาจจะเกรียดเรา เราก็ต้องยอม

4. การดุ การสอน การด่า แตกต่าง แยกแยะให้ออก ทั้งหมดนี้จะสามารถแยกแยะได้ ถ้าเราควบคุมอารมณ์ได้ บางทีมันฟังดูง่าย แต่ก็ไม่ง่ายนะครับ กับความคาดหวัง ที่เราสอนมาตลอด แต่ก็มีบางครั้ง ที่เด็กๆทำไม่ได้ตามความคาดหวัง หรือ แค่การฝึกซ้อมธรรมดา แต่ด้วยจำนวนเด็กที่มาก และควบคุมยาก ก็อาจจะทำให้อารมณ์ขึ้นได้ เป็นเรื่องธรรมดาที่เราต้องควบคุมอารมณ์ และควบคุมการดุ การลงโทษให้สมเหตุสมผล เป็นเรื่องสำคัญมากๆ ที่โค้ชต้องอดทน และควบคุมอารมณ์ การดุ การตักเตือน ต้องชี้แจงถึงเหตุผลที่ทำผิด  และวิธีทำให้ถูกต้อง และบอกถึงผลเสียที่ทำผิด ว่าจะเกิดอะไรขึ้น  ไม่ว่าจะเป็นการฝึกซ้อม หรือตอนแข่งขัน ก็ใช้ได้เหมือนกัน

แนวคิดต่างๆ เป็นแค่ประสบการณ์น้อยนิดของผม ในช่วงเวลาไม่กี่ปี ที่เป็นโค้ช หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อหลายๆท่าน น่ะครับ เอามาแชร์ แบ่งปันกันครับ ใครมีแนวคิดอื่นๆ โปรดแนะนำด้วยน่ะครับ  😆

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียด และ ข้อคิด ในการเลือกไม้แบดมินตัน ให้เหมาะกับเรา
ข้อควรปฎิบัติ หลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขัน
สัญญาณมือ กับกีฬาแบดมินตัน
การวางแผน การฝึกซ้อม
Like
Like Love Haha Wow Sad Angry

Comments

comments